บทที่ 4 นางแบบตัวน้อย - 4

เพียงฟ้าส่งสายตายั่วยวนเชิญชวนให้เขา นักรักอย่างรวิชญ์ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหล่อนต้องการอะไรเป็นรางวัลในครั้งนี้ เขาค่อยๆ กดริมฝีปากเขาเข้ากับริมฝีปากเธอเบาๆ ก่อนเปลี่ยนเป็นหนักหน่วงและค่อยๆ ผ่อนเป็นนุ่มนวลอีกครั้ง ชวนให้ร่างบางเคลิบเคลิ้ม

รวิชญ์ประคองหน้าเธอเอาไว้ ก่อนจะรุกล้ำมอบความหวานล้ำรุนแรงกับเธอมากกว่าเดิม ลิ้นอุ่นซอกซอนหาลิ้นที่ร้อนรุ่มของเธอ เวลานี้ทั้งหัวใจเขาและเธอเต้นระรัว รู้สึกวาบหวิวไปทั่วห้อง จนกระทั่งเขาต้องเป็นฝ่ายถอนริมฝีปากออกอย่างนึกเสียดาย

“นี่ถือว่าผมมัดจำไว้ก่อนนะครับ ถ้าติดต่อเด็กสองคนให้ผมได้เมื่อไร... คุณอยากได้อะไรบอกผมได้เลย”

“ฟ้าซะอย่าง... ว่าแต่คุณแน่ใจหรือคะว่าคุณจะให้ในสิ่งที่ฟ้าต้องการได้”

เพียงฟ้าส่งสายตาเจ้าเล่ห์ให้ชายหนุ่ม มือเรียวยังคงลูบไล้ใบหน้าหล่อเหลาอย่างหลงใหลอยู่เช่นเดิม

“เอาเป็นว่าคุณทำให้สำเร็จก่อนแล้วกัน แล้วคุณจะได้รู้ว่าผมให้คุณได้หรือไม่ได้”

รวิชญ์พูดพร้อมกดริมฝีปากลงที่แก้มนวลอีกครั้ง

“โอเคค่ะ ฟ้าจะคอยดู ว่าแต่คุณเคลียร์งานเสร็จหรือยังคะ... นี่ฟ้าตั้งใจมาชวนคุณออกไปช้อปปิ้งและหาอะไรทานกัน”

เพียงฟ้าทำเสียงออดอ้อนเหมือนที่เคยทำและเป็นผลให้เขาใจอ่อนไปกับเธอทุกครั้ง

“งั้นไปสิ... วันนี้ผมไม่มีงานอะไรต้องเคลียร์แล้ว ฟ้าอยากไปไหน ทานอะไร ผมตามใจฟ้าทุกอย่างเลย”

“จริงนะคะ”

รวิชญ์พยักหน้าแทนคำตอบ

เพียงฟ้าจ้องตาเขาอย่างงุนงง เพราะดูเหมือนว่าวันนี้รวิชญ์จะว่าง่ายไปหมดทุกอย่าง ถึงแม้ว่าเธอกับเขาจะควงคู่กันออกงานบ่อยครั้ง แต่ก็ใช่ว่าเขาจะยอมไปไหนมาไหนกับเธอง่ายๆ อย่างเช่นวันนี้

เพียงฟ้าคิดได้เพียงเท่านั้นก็หยุดความคิด เมื่อเขาบอกให้เธอลุกขึ้น และค่อยๆ จับร่างบางออกจากตักเขาอย่างเบามือ เพื่อจะได้ลุกออกไปช้อปปิ้งตามที่เธอต้องการ

ณ ห้างสรรพสินค้าชื่อดังใจกลางเมืองหลวง เวลาบ่ายแก่ๆ จวนจะคล้อยเย็นเช่นนี้ทำให้ผู้คนค่อนข้างหนาตา ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ หรือบรรดานักศึกษาต่างพากันเดินขวักไขว่กันเต็มไปหมด ร้านอาหารต่างๆ ก็เต็มไปด้วยผู้คน บางร้านถึงขนาดรอคิวกันก็มี

ณรันดากับปานชนกจูงมือเด็กสองคนไว้คนละคน โดยคุณแม่เป็นคนจูงน้องพาฝัน ส่วนน้องทอฝันไปเดินอยู่ข้างปานชนกแทน เด็กทั้งคู่เดินผ่านไปตรงไหนก็มีแต่คนทักทายยิ้มให้ เพราะใครเห็นก็รู้จักทั้งนั้น บางคนเขามาขอถ่ายรูปด้วย เธอก็ไม่ขัดและยังคอยบอกให้ลูกสาวทำความเคารพทุกคนที่เข้ามาทักทาย ซึ่งทั้งคู่ก็ทำตามแต่โดยดี

ทั้งหมดเดินผ่านร้านอาหารหลายร้านเพื่อตรงไปยังร้านไอศกรีมตามที่ได้ให้สัญญากับลูกสาวทั้งสองคนไว้

“เฮ้อ... ไม่ได้มาเดินห้างซะนาน ไม่คิดว่าคนจะเยอะขนาดนี้” ณรันดาถึงกับบ่นอุบเมื่อเดินไปทางไหนก็เห็นแต่ผู้คนเต็มไปหมด

“เป็นธรรมดา เราชินซะแล้ว”

ปานชนกหันมายิ้มให้เพื่อนรักอย่างเข้าใจ

นานเท่าไรแล้วที่ณรันดาจะได้มีโอกาสออกมาเดินเล่นในห้างสรรพสินค้าเหมือนอย่างวันนี้ เพราะวันๆ เธอเอาแต่ทำงานและใช้ชีวิตอยู่กับเด็กเล็กที่โรงเรียนอนุบาล นานๆ ครั้งจะได้ออกมาเปิดหูเปิดตาตามห้างใหญ่ๆ เช่นนี้ ส่วนเรื่องพาลูกสาวเธอไปเที่ยวหรือเดินเล่นซื้อของ มันกลายเป็นหน้าที่ของปานชนกไปโดยสิ้นเชิง เพราะเมื่อเสร็จจากงานของเด็กๆ เธอก็มักชอบพามาเดินเล่นหาอะไรกินไปเรื่อย ซึ่งณรันดาก็ไม่ได้ห้ามอะไร

“คุณแม่ขา จะถึงร้านไอติมแล้วค่ะ”

เสียงน้องพาฝันดังขึ้นเมื่อจำได้ว่าร้านไอศกรีมที่มารดาสัญญาว่าจะพามาทานอยู่แถวนี้

“จำได้แบบนี้คุณแม่ก็รู้หมดสิคะว่าน้าป่านพาหนูมาทานบ่อย”

ปานชนกเอ่ยพร้อมกับหยิกแก้มยุ้ยของเด็กน้อยที่ชื่อพาฝันหนึ่งที

“อ้าว มาทานกันบ่อยแล้วงั้นคุณแม่ว่าวันนี้งดดีกว่าไหมคะ”

ณรันดาได้ทีแกล้งลูกสาว

“ไม่นะคะ พี่ทอฝัน น้องพาฝัน อยากกิน”

สองพี่น้องตัวน้อยรีบพูดขึ้นพร้อมกันทันที น้องทอฝันจากที่เดินอยู่กับปานชนกรีบวิ่งมากระตุกแขนอีกข้างของณรันดา

“คุณแม่ล้อเล่นค่ะ... คุณแม่สัญญาแล้วก็ต้องทำตามสัญญาสิคะ ไปค่ะ ถึงร้านแล้ว”

ณรันดารีบรุนหลังลูกสาวทั้งสองเข้าไปด้านในร้านทันที

เสียงร้องไชโยดีใจของเด็กดังขึ้น แล้วก็วิ่งตามพนักงานสาวสวยของร้านที่ให้การต้อนรับเข้าไปโต๊ะด้านในซึ่งดูเหมือนจะเป็นโต๊ะที่ทั้งคู่นั่งเป็นประจำเสียด้วย

“วันนี้ทานอะไรดีคะน้องทอฝัน น้องพาฝัน ทานเหมือนเมื่อวันก่อนหรือเปล่าคะ”

พนักงานสาวคนเดิมกล่าวทักทายพร้อมถามเมนูจากเด็กน้อยอย่างเป็นกันเอง

“นี่แสดงว่าเป็นลูกค้าประจำกันเลยหรือจ๊ะ”

ณรันดามองหน้าลูกสาวนิดหนึ่งก่อนหันไปยิ้มให้พนักงานสาวอย่างเป็นกันเอง

“ค่ะ น้องๆ เป็นแขกประจำร้านเลยค่ะ”

พนักงานสาวหน้าหวานหันมาตอบพร้อมรอยยิ้ม พลางส่งเมนูให้แก่ผู้ใหญ่ทั้งสอง

“ทานอะไรคะลูกสาว ช็อกโกแลตหรือสตรอว์เบอร์รีดีจ๊ะ”

ณรันดาถามลูกสาวที่กำลังชะเง้อมองดูเมนูในมือเธออยู่

“พี่ทอฝันเอาช็อกโกแลตค่ะ เอาสองลูกเลยนะคะ” แฝดผู้พี่เลือกก่อน

“น้องพาฝันเอาช็อกโกแลตด้วย เอาสองลูกด้วยนะคะ”

ตามด้วยเสียงของแฝดผู้น้อง พร้อมกับซบหน้าเข้ากับแขนของมารดาอย่างประจบ

“โอเค... งั้นเอาอันนี้ค่ะ”

เมื่อลูกสาวเลือกเมนูได้แล้ว ณรันดาจึงหันไปสั่งรายการที่เด็กๆ เลือกกับพนักงานสาวหน้าหวานคนเดิม

“นี่ป่าน ช่วงนี้ทอฝันกับพาฝันมีงานอะไรอีกเยอะหรือเปล่า... เราจำได้ว่าเสร็จงานนี้แล้วก็ว่างแล้วใช่หรือเปล่า”

ณรันดาถามเพื่อนรักที่เป็นคนจัดคิวให้เด็กๆ อย่างใคร่รู้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป